ทำไมเป็นหวัดแล้วถึงไอนะ อาการไอหลังเป็นหวัด

อาการไอหลังเป็นหวัด ทำไมหายป่วยแล้วไม่หยุดไอ

เมื่อเริ่มเป็นหวัด ก็ทรมานกับอาการไอมาตลอด จนรักษาหวัดหายแล้ว แต่ทำไม อาการไอ ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหายไปด้วย ถ้ามีอาการไอหลังเป็นหวัด อาจเกิดจากสาเหตุอื่นแทรกซ้อนได้ มาดูกันว่า อาการไอหลังเป็นหวัดเกิดจากอะไร จะรักษาอย่างไร

โรคแทรกซ้อนจากหวัด

หากเป็นหวัดอาจจะมีโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ ขึ้นอยู่กับโรคประจำตัวเดิม หรือลักษณะของร่างกายที่ทำให้มีโอกาสติดเชื้อในส่วนอื่นข้างเคียงร่วมด้วย เช่น

  • ไซนัสอักเสบ เมื่อเป็นหวัด มีน้ำมูก มีเยื่อจมูกบวมที่ทำให้คัดจมูก จนลามขึ้นไปถึงโพรงไซนัสที่อยู่ข้างโพรงจมูกและหน้าผาก ทำให้มีหนองหรือน้ำมูกอยู่ในโพรงไซนัสด้วย เรียกว่า ไซนัสอักเสบ จะมีอาการปวดโพรงไซนัส เสียงอู้อี้ขึ้นจมูก หายใจมีกลิ่นเหม็น การรักษาใช้ยาคล้ายๆรักษาหวัด แต่อาจจะเป็นยาฆ่าเชื้อที่แรงขึ้น ซึ่งควรอยู่ในการดูแลของแพทย์ รวมทั้งการล้างจมูกด้วยตนเองก็ช่วยลดปริมาณเชื้อโรค และทำให้หายใจโล่งขึ้นได้
  • หูอักเสบ เนื่องจากหูและคอมีท่อที่เชื่อมต่อกัน คือ ท่อยูสเตเชียลทิวบ์ เมื่อเป็นหวัด เยื่อบุต่าง ๆ บวม ทำให้เยื่อที่บุอยู่ในท่อนี้บวมไปด้วยจนตีบตัน จึงไม่สามารถระบายแรงดันอากาศในช่องหูชั้นกลางออกมาได้ ทำให้ปวดหูหรือบางครั้งเชื้อโรคอาจจะลามขึ้นไปติดเชื้อในหูชั้นกลาง ทำให้เกิดเป็นหูอักเสบหรือหูน้ำหนวกได้ด้วย การรักษาจะใช้ยาฆ่าเชื้อชนิดที่สามารถฆ่าเชื้อก่อโรคหูอักเสบได้ หรือมียาหยอดหูร่วมด้วย
  • หลอดลมอักเสบ ปอดอักเสบ เมื่อเชื้อโรคผ่านหลอดลมลงมาส่วนล่าง เข้ามาที่ปอด ก็สามารถทำให้เป็นหลอดลมอักเสบ หรือปอดอักเสบได้ จะทำให้ไอมากขึ้น มีไข้ หรือหอบเหนื่อยได้ บางกรณีที่เป็นมาก อาจต้องนอนโรงพยาบาลเพื่อรับยาฆ่าเชื้อทางเส้นเลือด
  • หอบหืด สำหรับคนที่มีโรคประจำตัวเดิมเป็นหอบหืด คือ หลอดลมมีความไวต่อการถูกกระตุ้น และเกิดการตีบตัว ทำให้หายใจไม่สะดวก หอบเหนื่อย มีเสียงวี้ดในปอด เป็นภาวะเร่งด่วนที่ต้องรีบแก้ไขอาการหลอดลมตีบด้วยยาขยายหลอดลม คนที่เป็นโรคหอบหืดจึงต้องรีบรักษาหวัดให้หาย อย่าให้เป็นมาก
  • ชักจากไข้สูง มักพบในเด็กอายุต่ำกว่า 6 ขวบ ให้รีบลดไข้ด้วยการเช็ดตัวหรือทานยาลดไข้ อย่าปล่อยให้เด็กไข้สูงนาน จนเกิดอาการชัก และรักษาหวัดให้หาย
ทำไมเป็นหวัดแล้วถึงไอนะ อาการไอหลังเป็นหวัด

อาการไอหลังเป็นหวัดคืออะไร?

อาการไอหลังเป็นหวัด หรือ อาการไอหลังติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน (Post-infectious cough) คือ การไอหลังการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน ซึ่งโดยปกติก็จะไอมาก่อนแล้วราว 2 สัปดาห์ ตั้งแต่เริ่มเป็นหวัด ไม่ว่าเกิดจากไวรัส หรือแบคทีเรียบางชนิด แม้ว่าอาการไข้ เจ็บคอ จะหายไปแล้ว แต่บางคนยังคงมีอาการไอต่อเนื่องไปอีก 3-8 สัปดาห์ ซึ่งโดยปกติ อาการไอจะหายไปภายใน 2 เดือนโดยไม่ต้องรักษา

สาเหตุของอาการไอหลังเป็นหวัด

– ทางเดินหายใจอักเสบยังไม่หายดี ถึงแม้อาการไข้หวัดอื่น ๆ จะหายดีแล้ว แต่อาจยังมีการอักเสบของทางเดินหายใจต่อเนื่องไปได้อีกสักระยะ ทั้งเยื่อบุจมูก ลำคอ หลอดลม ทำให้มีอาการไอต่อเนื่องหลังหวัดหายแล้ว

– หลอดลมไวต่อการกระตุ้น หลังการติดเชื้อไวรัส อาจทำให้หลอดลมมีความไวต่อการถูกกระตุ้น (Bronchial Hyperresponsiveness หรือ BHR) แล้วจะมีการไอเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะถ้าพักผ่อนไม่พอหรือใช้เสียงมากอยู่

– น้ำมูกไหลลงคอ อาจมีภาวะน้ำมูกไหลลงคอ (postnasal drip) ทำให้รู้สึกระคายคอ หรือ คันคออยู่ตลอดเวลา แต่ไอไม่ออก

ลักษณะของอาการไอหลังเป็นหวัด

1. กรณีที่มีการอักเสบของทางเดินหายใจส่วนบน (upper airway) ผู้ป่วยมักรู้สึกระคายคอตลอดเวลา ไอกระแอมบ่อย ๆ (throat clearing cough) ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวของจมูกอยู่เดิม เช่น จมูกอักเสบภูมิพ้ ไซนัสอักเสบติดเชื้อ อาจจะไอนานกว่าคนทั่วไป

2. กรณีที่มีการอักเสบของทางเดินหายใจส่วนล่าง (lower airway) ผู้ป่วยมักไอมักมีเสมหะ และไวต่อสารระคายเคือง (ฝุ่น ควัน กลิ่นฉุน)

3. บางรายที่ไออยู่นาน อาจมี ภาวะกรดไหลย้อน (gastroesophageal reflux disease) เป็นผลตามมา ซึ่งทำให้การรักษายากยิ่งขึ้น

การวินิจฉัยแยกโรค

ก่อนจะบอกว่าเป็น อาการหลังติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน (Post-infectious cough) นั้น แพทย์จะถามประวัติ ตรวจร่างกาย รวมถึงพิจารณาเอกซเรย์ในบางราย เพื่อวินิจฉัยแยกโรคอื่นที่อาจเป็นไปได้เสมอ เช่น “ไซนัสอักเสบติดเชื้อ โรคจมูกอักเสบภูมิแพ้กำเริบ โรคหืดกำเริบ กรดไหลย้อน หรือจริง ๆ เป็นการติดเชื้อไอกรนตั้งแต่แรก”

1. ไซนัสอักเสบติดเชื้อ มีอาการทางจมูกเด่น คัดจมูก น้ำมูกเปลี่ยนสี ไข้ อาจปวดบริเวณใบหน้าหรือไม่ก็ได้ (กรณีที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย มักเป็นนานหรือรุนแรงกว่าไวรัส)

2. โรคหืดกำเริบ มีประวัติโรคหืดอยู่เดิม หายใจเสียงหวีด แน่นหน้าอก

3. กรดไหลย้อน มีอาการไอมากขึ้นในบางช่วง เช่น นอนราบ หลังอาหาร พูด, หัวเราะ อาจไม่พบอาการของกรดไหลย้อน เช่น แสบร้อนอก เรอเปรี้ยว ก็ได้ (extra-esophageal GERD)

การรักษาอาการไอด้วยยา

กรณี “ไอหลังไข้หวัดธรรมดา”

– ไม่จำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะ เพราะไม่เกิดประโยชน์ ส่วนใหญ่มักดีขึ้นเรื่อย ๆ และหายเองภายใน 2 เดือน

– การรักษาเสริม  เช่น คอร์ติโคสเตียรอยด์ชนิดสูด รายที่ไอมากอาจใช้ ipratropium ชนิดสูด สเตียรอยด์ชนิดกิน prednisolone 30 mg/d ช่วงสั้น 1-2 สัปดาห์

– อาจให้ยากดอาการไอช่วงสั้น ในกรณีที่ผู้ป่วยไอจนรบกวนชีวิตประจำวัน

การดูแลตัวเอง เมื่อมีอาการไอหลังเป็นหวัด

  • นอนพักผ่อนให้เพียงพอ
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
  • รักษาร่างกายให้อบอุ่น
  • ดื่มน้ำอุ่นเป็นประจำ
  • งดอาหารประเภททอด ๆ หรือ อาหารรสเผ็ด

หลังจากดูแลตัวเองตามนี้ พอภูมิต้านทานดีขึ้น อาการไอก็จะค่อย ๆ ลดลง และหายไปได้เอง เแต่ถ้ามี อาการไอ เป็นระยะเวลานาน ๆ อาจจะเข้าข่ายกลุ่มไอเรื้อรัง ควรพบแพทย์ เพื่อจะได้ตรวจวินิจฉัย ซึ่งแพทย์อาจจะซักประวัติความเจ็บป่วยใหม่ทั้งหมด พร้อมทั้งตรวจร่างกายโดยละเอียด เพื่อดูสาเหตุของการไอ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *