6 ประโยชน์ของแสงแดดอ่อนๆ อยากสุขภาพดี ต้องออกแดดให้เป็น

ใครๆก็ไม่ชอบความร้อนจากแสงแดดทั้งนั้น กลัวผิวคล้ำบ้างล่ะ กลัวเป็นมะเร็งบ้างล่ะ ทั้งๆที่เราไม่รู้กันเลยว่าครีมกันแดดที่เราใช้กันนั้นก็มีสารก่อมะเร็งอยู่ เช่นกัน แล้วตกลงเราจะไว้ใจใครดีล่ะ แดด หรือ ครีมกันแดด เอาเป็นว่าทั้งสองอย่างนี้ต่างก็มีคุณและโทษของมันอยู่ในตัวแล้วกะนนะคะ สำหรับโลชั่นทากันแดดเราก็คงรู้อยู่แล้วว่ามีไว้ใช้กันแดด แต่เราเชื่อว่าหลายๆคนยังไม่รู้คุณประโยชน์ของแสงแดดอย่างแน่นอน เพียงแค่คุณออกแดดในแต่ละวัน 10 – 15 นาทีอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะแดดในช่วงเช้าก็จะได้รับวิตามินดีอย่างเพียงพอแล้ว กระดูกของคุณที่กำลังจะเจริญเติบโตจะแข็งแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องถ้าได้รับวิตามินดีที่เหมาะสม ดังนั้นช่วงเช้าก่อนเวลา 09.00 น. จะเป็นเวลาดี แต่หลังจากนี้อาจเป็นช่วงที่เริ่มเข้าสู่รังสีที่อันตรายจากแสงแดด ดังนั้นอย่าลืมอาบแดดก่อนเวลา 09.00 น. ทุกๆ วันเพื่อกระดูกของคุณ 6 ประโยชน์ของแสงแดดอ่อนๆ

มาทำความรู้จักแสงแดดกัน

แสงแดด (Sunlight) คือ แสงทั้งหมดจากดวงอาทิตย์ที่สาดส่องถึงตัวเรา ซึ่งเป็นแสงประเภทคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Electromagnetic radiation) เป็นแสงที่เป็นส่วนประกอบสำคัญของแสงแดด โดยแบ่งประเภทตามความยาวของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าคือ แสงอุลตราไวโอเลต (Ultraviolet light), แสงที่ดวงตามองเห็น (Visible light), และแสงอินฟราเรด (Infrared)

แสงอุลตราไวโอเลต (Ultraviolet light)

แสงยูวีซี (UVC) มีความยาวคลื่นในช่วง 100 – 280 nm (Nanometre) เป็นแสงช่วงที่มักถูกดูดกลืนทั้งหมดในชั้นบรรยากาศ แสงยูวีซีมีคุณสมบัติฆ่าเชื้อโรคได้ เราจึงผลิตแสงตัวนี้ขึ้นมาใช้ทางการแพทย์และการสาธารณสุขเพื่อใช้ฆ่าเชื้อโรค

แสงยูวีบี (UVB) มีความยาวคลื่นในช่วง 280 – 315 nm เป็นแสงที่เมื่อเซลล์ผิวหนังได้รับเรื้อรังเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิด ฝ้า ต้อกระจก และโรคมะเร็งผิวหนัง

แสงยูวีเอ (UVA) มีความยาวคลื่นในช่วง 315 – 400 nm ซึ่งทำลายเซลล์ผิวหนังได้มาก และได้ลึกกว่าแสงยูวีบี เป็นสาเหตุให้เซลล์ผิวหนังเสื่อมได้เร็วขึ้น เกิดฝ้า ต้อกระจก และเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งผิวหนังเช่นกัน

หรือบางคนเรียกว่า อัลตราไวโอเลต หรือเรียกย่อว่า แสงยูวี (UV light) ซึ่งหมายถึง แสงที่มีคลื่นความถี่สูงกว่าแสงสีม่วง เป็นแสงช่วงที่เรามองไม่เห็น ในทางการแพทย์ได้นำแสงอุลตราไวโอเลตใช้รักษาโรคผิวหนังได้หลายโรค เช่น โรคด่างขาว ทั้งนี้แสงยูวี ประกอบด้วย แสงยูวีซี (UVC) แสงยูวีบี (UVB) และแสงยูวีเอ (UVA) แสงที่ดวงตามองเห็น (Visible light) มีคลื่นแสงอยู่ในข่วง 380 – 780 nm ซึ่งมีผลให้เซลล์ผิวหนังแก่เร็วและเป็นอันตรายต่อเซลล์จอตาได้แสงอินฟราเรด (Infrared) เป็นแสงแดดที่มีความยาวคลื่นในช่วง 700 nm – 1 mm (millimeter) ซึ่งส่งผลให้เซลล์ผิวหนัง กระจกตา จอตาไหม้ได้ รวมทั้งเป็นสาเหตุของต้อกระจก ได้ด้วย

เมื่อร่างกายได้รับแสงแดดจากดวงอาทิตย์จะทำการสังเคราะห์คอเลสเตอรอลไป เป็นวิตามินดีอย่างน่าอัศจรรย์ ซึ่งเมื่อร่างกายของคุณสังเคราะห์วิตามินดีจะทำให้มันไปสะสมอยู่ในตับเพื่อ นำออกมาใช้ อย่างไรก็ดีวิตามินดีนั้นละลายในไขมัน ดังนั้นอย่าลืมทานอาหารที่มีไขมันไม่อิ่มตัวไปด้วย เพื่อช่วยให้ร่างกายนำวิตามินดีมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพ

วิตามินดีจะมีผลในการควบคุมระดับแคลเซียมในร่างกาย ดังนั้นการบำรุงกระดูกให้แข็งแรงต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของแคลเซียมและ วิตามินดีเข้าด้วยกัน ซึ่งจะช่วยให้ได้รับแคลเซียมที่เหมาะสมเพื่อไปบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง ขึ้นมา ดังนั้นร่างกายจึงขาดวิตามินดีไม่ได้เลยเป็นอันขาด

หากร่างกายขาดวิตามินดีจะส่งผลให้ไม่ได้รับการบำรุงกระดูกที่เพียงพอ ดังนั้นจะเกิดเป็นโรคกระดูกพรุน ซึ่งเป็นภาวะกระดูกเปราะบางทำให้แตกหักได้ง่าย คุณจึงจำเป็นต้องได้รับแสงแดดจากดวงอาทิตย์เพื่อป้องกันภาวะกระดูกพรุนหรือ กระดูกเปราะบางแตกหักได้ง่าย อาหารที่มีวิตามินดีสูงพบมากในไข่แดง ผักใบเขียว ในตับของสัตว์ แต่อย่างไรก็ตามวิตามินดีพบได้น้อยในอาหาร จึงจำเป็นต้องได้รับจากแสงแดดเป็นส่วนใหญ่จึงจะดีพอ

ช่วงเวลาของแสงแดดที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย 6 ประโยชน์ของแสงแดดอ่อนๆ

แสงแดดตอนเช้า ในช่วงเวลา  06.00 – 08.00 น. (ก่อน 9 โมงเช้า) และ แสงแดดช่วงเย็น หลัง 16.00 น. เป็นเวลา 10-20 นาที ในแสงแดดช่วงเวลานี้จะมี VitaminD ช่วยเรื่องการดูดซึมแคลเซี่ยม ป้องกันโรคกระดูกพรุน ทำให้ฟันแข็งแรง แถมยังช่วยเรื่องการย่อยอาหารได้อีกด้วยนะ แต่เพื่อนๆต้องระวัง อย่าตากแดดเป็นเวลานานๆ ในช่วงเวลา 10.00 -14.00 น. นะคะ เพราะนอกจากจะไม่ได้รับประโยชน์จากแสงแดดที่ควรได้รับแล้ว ยังเสี่ยงต่อมะเร็งผิวหนังด้วยนะ

6 ประโยชน์ของแสงแดดอ่อนๆ อยากสุขภาพดี ต้องออกแดดให้เป็น

ประโยชน์ง่ายๆ ที่เราจะได้รับจากแสงแดดช่วงเช้า

ตื่นมารับแสงแดดช่วงเช้า จะช่วยให้ร่างกายตื่นตัว ได้รับสารเอนโดรฟิน ทำให้อารมณ์ดี แจ่มใส ส่งผลถึงสุขภาพจิตที่ดี

VitaminD ในแสงแดดตอนเช้า จะมีผลในการควบคุมระดับแคลเซียมในร่างกาย ซึ่งกระดูกและฟันของเราจำเป็นต้องได้รับแคลเซียมที่เหมาะสม เพื่อไปบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง ป้องกันโรคกระดูกพรุน ดังนั้นร่างกายจึงขาด VitaminD ไม่ได้เลยเป็นอันขาด

VitaminD ช่วยป้องกัน ลดการเสี่ยงมะเร็งได้ ทั้งมะเร็งผิวหนัง มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ และมะเร็งอื่นๆได้อีกมากมาย

เสริมสร้างภูมิต้านทาน เพราะเม็ดเลือดแดงจะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพได้มากขึ้น ทำให้การลำเลียงออกซิเจนทำงานดีขึ้น เมื่อได้รับออกซิเจนดีขึ้น เซลล์ต่างๆในร่างกายก็ทำงานดีขึ้น

ลดน้ำหนักได้ เพียงแค่ตื่นเช้าๆ ก็ทำให้การกระตุ้นของระบบเผาผลาญดีขึ้น ถ่ายของเสียออกจากร่างกายได้ดีขึ้นด้วย

ช่วยให้อายุยืนยาว งานวิจัยล่าสุดเผยว่าVitaminD สามารถช่วยลดการตายที่เกี่ยวเนื่องกับโรคมะเร็ง โรคภูมิต้านทานเนื้อเยื่อตัวเอง และโรคหลอดเลือดหัวใจตีบได้

หลับสบาย ง่ายขึ้น เพราะแสงแดดที่เราได้รับ ช่วยในการสร้าฮอร์โมน Melatonin เป็นฮอร์ไมนที่ผลิตตอนเราหลับ ทำให้การหลับของคุณดีขึ้น

​ 

ลองมารับแสงแดดตอนเช้ากันนะคะ นอกกจากจะทำให้เป็นคนตื่นเช้า จิตใจแจ่มใส ก็ยังได้รับประโยชน์ดีๆของแสงแดด ทำให้ได้สุขภาพที่ดีแบบง่ายๆเลยด้วย แต่หากต้องเผชิญกับแสงแดด  ครีมกันแดดก็ไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุดหรือเป็นคำตอบสุดท้ายในการป้องกันโรคมะเร็งผิวหนัง เพราะถึงอย่างไร แสงยูวีก็ยังสามารถผ่านผิวหนังของเราไปได้ วิธีที่จะปกป้องผิวจากแสงแดดให้ได้มากที่สุด ต้องปฏิบัติตัวหลายอย่างไปพร้อมๆ กัน นั่นคือ

1. หลีกเลี่ยงการอยู่กลางแจ้งเป็นเวลานานๆ โดยเฉพาะระหว่างเวลา ๑๐.๐๐-๑๖.๐๐ น. เพราะเป็นช่วงที่อันตรายที่สุด ทั้งนี้เพราะรังสียูวีกว่าร้อยละ ๘๐ จะส่อง ลงมาในเวลาดังกล่าว และสามารถสะท้อนแสงเมื่อกระทบผิวน้ำ พื้นถนน ซีเมนต์ ทราย ป้ายโฆษณา อาคารสีอ่อนๆ หรือแม้กระทั่งเก้าอี้นั่งชายหาดก็สะท้อนแสง ยูวีได้เช่นกัน

2. พยายามหลบแสงแดดให้มากที่สุด เท่าที่จะทำได้ ในทุกที่ ทุกเวลา 

3. สวมหมวกปีกกว้าง หรือกางร่ม เมื่อต้องเจอแสงแดด หรือทำกิจกรรมต่างๆ กลางแจ้ง 

4. สวมเสื้อผ้าให้ปิดผิวมิดชิด (มากที่สุดเท่าที่จะทำได้) ซึ่งโดยทั่วไปเสื้อผ้าที่ทอเนื้อแน่นสีเข้ม จะกันแดดได้มากกว่าเสื้อผ้าเนื้อบางๆ

5. ทาครีมกันแดดในบริเวณผิวหนังที่ไม่สามารถป้องกันด้วยเสื้อผ้า เช่น บริเวณใบหน้าหรือหลังมือ พึงระลึกไว้เสมอว่ายากันแดดป้องกันได้เพียงแสงยูวีเท่านั้น แต่แสงที่ให้ความสว่าง หรือความร้อนจากแดด ซึ่งหากได้รับปริมาณมาก ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของผิวหนังได้เช่นกัน ในส่วนนี้ยากันแดดไม่สามารถป้องกันได้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *